ท่านจันทร์สันติอโศก: วัฒนธรรมแห่งการรู้จักกัน

 

 
หัวข้อของเรื่องที่กำหนดขึ้นเพื่อบันทึกลง "ประชาไท" ในวาระแรกนี้ ได้มาจาก "ครูสมภาร พรมทา"
ผู้ไปออกรายการโทรทัศน์กับผู้เขียนที่สันติอโศกเดือนละครั้ง ทุกวันอังคารที่สามของเดือน เวลา 07.00-09.00 น.
 
ครูสมภารได้พูดในประเด็นนี้โดยสรุปว่า ถ้าคนเราได้รู้จักกันโดยตรงให้มากขึ้น แทนที่จะรู้จักผ่านสื่อและคำบอกเล่า
เพียงเท่านั้น ความรู้สึกที่มีต่อกันและกันจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และน่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง
ระหว่างขั้วสีต่างๆในสังคม 
 
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ความคุ้นเคย เป็นญาติอย่างยิ่ง" ถ้าคนเราแม้จะมีความคิดความเห็นต่างกัน มีความชอบและความเชื่อไม่เหมือนกัน ได้มีโอกาสพบปะเจอะเจอกันโดยตรง ได้มีโอกาสแสดงความเป็นมิตร เป็นญาติ ได้เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันความชอบและความเชื่อที่แตกต่างกันจะไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้นมิตรภาพจนกลายเป็น "กำแพงไร้สภาพ" ดังที่เห็นและเป็นอยู่
 
ผู้เขียนเป็นนักบวชสันติอโศก ซึ่งดำเนินกิจกรรมทางศาสนานอกกระแสหลัก เมื่อได้มีโอกาสไปทำงานร่วมด้วยช่วยกันกับพระสงฆ์ในสังกัดมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นนักบวชในกระแสหลัก ก็มีส่วนช่วยให้มีความสนิทสนมกลมเกลียวกันเป็นอย่างดี แม้จะห่มจีวรต่างสีคือนักบวชสันติอโศกจะห่มสีน้ำตาลเข้ม นักบวชมหาเถรสมาคมจะห่มจีวรออกไปในทางสีเหลือง แต่เมื่อเรามีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า "แม้ต่างสี แต่ไม่ต่างศีล"
 
ยิ่งไปกว่านั้นสันติอโศกยังเป็นองค์กรทางศาสนาที่เห็นว่าศาสนากับการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน จนกระทั่งนำไปสู่การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างชัดเจนดังที่ท่านทั้งหลายเห็นอยู่และน่าจะไม่เห็นด้วยเป็นส่วนมาก ผู้เขียนเองก็ยังมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับพี่น้องผองเพื่อนในทุกขั้วสี แรกทีเดียวจะหนักใปในทางเสื้อเหลืองจนถึงกับได้รับนืมนต์ไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯอยู่พักใหญ่ ต่อมาก็ได้ยุติการขึ้นเวทีพันธมิตรฯเพราะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งทางนั้นเห็นว่าเรามีความคิดเห็นไม่เป็นแนวทางเดียวกันจนถึงขั้นสวนทางกันในหลายครั้ง ท่านจึงขอให้เรางดขึ้นเวทีในที่สุด ซึ่งก็เป็นความประสงค์ของเราอยู่แล้วด้วย แม้กระนั้นผู้เขียนก็หาได้ยืนอยู่ตรงข้ามกับพี่น้องพันธมิตรฯแต่อย่างใดเพียงแต่ไม่ไปยืนร่วมในที่เดียวกันเหมือนแต่เดิมเท่านั้นเอง
 
สำหรับพี่น้องกลุ่มเสื้อแดงนั้นในช่วงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับพันธมิตรฯมักจะมองเห็นผู้เขียนอยู่อีกคนละฝั่งคนละฝ่ายครั้งหนึ่งเคยไปบิณฑบาตที่สำโรงเหนือ หญิงแม่ค้าผู้หนึ่งตะโกนข้ามถนนทักทายมาว่า "ท่านจันทร์ ท่านจันทร์ เรารักท่านจันทร์นะ แต่ท่านจันทร์ไม่น่าไปอยู่กับพันธมิตรฯเลย" ผู้เขียนจึงข้ามถนนไปทักทายสนทนากับหญิงแม่ค้าท่านนั้นด้วยความประทับใจ
 
ในระยะหลังผู้เขียนได้มีเวลาคบคุ้นสนิทสนมกับพี่น้องกลุ่มเสื้อแดงมากขึ้น ก็ได้พบความจริงว่าพี่น้องกลุ่มเสื้อแดงไม่แรงร้อนเลวร้ายเหมือนที่ได้ยินได้ฟังได้ติดตามข้อมูลข่าวสารเสียทีเดียว แม้ผู้เขียนจะยังมีจุดยืนแบบเดียวกับสันติอโศกคือยังยืนอยู่บนแนวทางเดียวกันกับพันธมิตรฯ ไม่ใช่แนวทางเดียวกันกับกลุ่มคนเสื้อแดงแต่ประการใด ผู้เขียนได้พบความจริงว่า แม้เราจะยังไม่เปลี่ยนจุดยืน แต่สิ่งที่เราเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมคือ "จุดเย็น"
 
ครูสมภาร พรมทา เล่าว่า เว็บประชาไท เป็นสื่อออนไลน์ที่ให้ความอิสระในการแสดงความเห็นมากกว่าอีกฝั่งหนึ่ง ผู้เขียนจึงเข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นร่วมด้วยในบางครั้ง ก็เริ่มจะเห็นจริงตามนั้น จนถึงวันนี้ได้รับคำชักชวนจาก "ครูสุรพศ ทวีศักดิ์" ให้มาลงข้อเขียนไว้ที่ประชาไทด้วย ก็มีความรู้สึกยินดีปรีดาเป็นยิ่งนักที่เราท่านทั้งหลายจะได้มีความรู้จักกันให้มากขึ้น ผู้เขียนพอจะมีความสามารถในการรับฟังความเห็นที่แตกต่างจากความคิดเห็นของตนเองได้เป็นอย่างดี ด้วยได้รับการฝึกฝนมาจากครูบาอาจารย์ (สมณะโพธิรักษ์) และได้รับการกล่อมเกลาจากหมู่กลุ่มชาวอโศก จึงจะไม่มีปัญหาแต่ประการใดเลยถ้าผู้อ่านเว็บประชาไทจะแสดงความคิดเห็นเป็นตรงกันข้ามกับผู้เขียน ตั้งใจว่าจะมาพบปะเจอะเจอท่านทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความเป็นมิตร เป็นญาติกันต่อไป