เสียงซอฤาจะสูญสิ้น (1)

 


 

เสียงเคาะลำโพงปลายเสาไฟฟ้า  
ในหมู่บ้านทุ่งแป้ง   ดังขึ้น 3 ครั้ง แล้วมีเสียงพูด

“ ฮัลโหล !   ฮัลโหล !   ครับ !   ขอประชาสัมพันธ์ วันนี้กินข้าวแลงแล้ว   เวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ   ขอเชิญทุกบ้านทุกหลังคาเรือน   มาประชุมพร้อมกันที่วัดทุ่งแป้งนะครับ มีหลายเรื่องที่จะประชุมหารือกัน   อย่าได้ขาดกันเน้อ   บอกต่อๆกันไปด้วยเน้อครับ...ขอขอบคุณครับ

เสียงผู้ใหญ่บ้านผิวคล้ำ   หน้าตาละม้ายคล้ายนักชกมวยสากลไทย
“ขาวผ่อง สิทธิชูชัย”   ผู้เคยได้รับเหรียญเงินโอลิมปิกมาแล้ว   บางมุมบางท่าใกล้เคียงกับ “บ่าววี” นักร้องดังชาวใต้ไม่น้อยเลย   มีการประกาศเสียงตามสายย้ำอีกหนึ่งรอบ   คำว่า “ข้าวแลง”เป็นภาษาถิ่นภาคเหนือ   หมายถึงอาหารมื้อเย็นนั่นเอง   ใกล้ถึงเวลานัดหมาย ศรัทธาญาติโยมทยอยเข้าประตูวัดทุ่งแป้ง   มาโดยรถจักรยานยนต์บ้าง   จักรยานบ้าง   ยังไม่ถึงเวลานัด 1 ทุ่มครึ่ง ในวิหารมีคนนั่งเกือบเต็ม คนที่มาถึงเมื่อนั่งลง   ได้ก้มกราบรูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส ในครอบแก้วทางซ้ายองค์พระประธาน   แล้วหมุนตัวมาตรงหน้าพระพุทธรูปในวิหาร   ก้มกราบ 3 ครั้งเหมือนครั้งแรก   แล้วนั่งสนทนากับคนข้างเคียง   เมื่อได้เวลา   ผู้ใหญ่บ้านนิมนต์เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน   พระดอนศักดิ์ กตปุญโญ   เรียกกันติดปากว่า “พระเอ๋” ได้เปิดประชุมและกล่าวนำถึงงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ว่า

“ วันที่ 12 กรกฎาคม วัดทุ่งแป้งจะมีงาน “ปอยเปกข์” สามเณร “ชุติพงศ์   ทานะตา” เป็น  “ตุ๊” ศรัทธาญาติโยมคงต้องช่วยกันจัดงาน เพราะพ่อแม่ของเณรพงศ์อย่างที่รู้ที่เห็นกัน   พ่อรับซื้อของเก่าขาย แม่ไปมีครอบครัวใหม่   งานปอยหลวงใหญ่กว่านี้   บ้านเราช่วยกันจัดสำเร็จมาแล้ว งานปอยเปกข์ทุกคนคงช่วยกัน จนสำเร็จลุล่วงได้เช่นกัน   บ้านเราเป็นหมู่บ้านที่สามัคคีกัน   เป็นบ้านที่ชอบทำบุญทำทาน เท่าที่ได้ยินมา   บ้านอื่นเขาก็ชมเชยอวดอ้าง   อาตมาพลอยได้อานิสงค์ไปด้วย...

“ปอยเปกข์” เป็นภาษาล้านนาหมายถึง งานอุปสมบทเป็นตุ๊ ตุ๊ก็คือพระสงฆ์ คำว่า “เปกข์” มาจากคำเต็มว่า “อุปสัมปทาเปกขะ”   ซึ่งคนทางล้านนานั้นจะเรียกเฉพาะคำหลัง   และคนภาคกลางจะเรียกเฉพาะคำหน้า   คือเรียกว่า “อุปสมบท”   หมายถึงการบวชเป็นพระสงฆ์   อีกอย่างคือ “ปอยบวช”   หมายถึงบรรพชาเป็น “พระ”   ในภาษาล้านนาหมายถึง “สามเณร”
 
 

 

ความเห็น

ไผเป๋นลมวิงเวียน หน้ามืด

ไผเป๋นลมวิงเวียน หน้ามืด ต๋าลาย เมาหัว ขมุกขมุ่นในต๊อง
กิ๋นยาผงแดงก๋าหมาป่า

แก้ลมมะเฮงคุด กิ๋นผิด สาบผิด ผิดลูก ผิดผัว ผิดเมีย
ยาผงแดงก๋าหมาป่าแก้ได้

ไผเป๋นหาวไค่หลับขับต๋านอน
กิ๋นยาผงแดงก๋าหมาป่ากั๊บหมะนาวผ่าซีก
ต๋าเป่งลึ้ง...เป่งลึ้ง...บ่ดีลืมเน่อป้อแม่ปี้น้อง...ยาผงแดงก๋าหมาป่าาาาา....

อี้แอ่...อี้แอ่...วันนี้ขอเจิญฟังซอเรื่อง สาวป๊าวฮ้าวฮัก...

เมื่อกว่า45ปีที่แล้ว

เมื่อกว่า45ปีที่แล้ว ขณะอยู่ชั้น ป.3 ไปอยู่วัด เป็นขะโยม : เด็กวัด (ไม่ใช่ ขโมย นะครับ เพียงสลับตัว ย กับ ม เท่านั้น) ท่องสามเณรสิกขา (ศีลสิบ) ปาณาติปาตา เวระมณี....จนถึง ชาตะรูปะ........และต้องท่องให้จำและเข้าใจด้วยว่า การผิดศีลข้อหนึ่ง จะต้องมีองค์ประกอบห้าประการ เช่น ต้องรู้ว่าสิ่งนั้นมีชีวิต ต้องมีจิตคิดจะฆ่า มีความเพียรที่จะฆ่า ลงมือฆ่า และสัตว์ถึงแก่ความตาย และคำขอบรรพชา อะหัง ภันเต สุจิระปรินิพพุตัมปิ.........พอจบ ป.4 ประมาณเดือนแปด (พ.ค.) ต้องไปสอบสามเณรสิกขาที่วัดพันอ้น (วัดเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่) พร้อมทั้งสอบการอ่าน การเขียนตั๋วเมือง สอบได้ ถึงจะให้บวชเณร (เข้าใจว่าเป็นการกรองคน ก่อนจะบวช) ซึ่งตรงข้ามกับเดี๋ยวนี้ จะบวชเมื่อใดก็ได้ ถ้ามีความพร้อม (เงิน เจ้าภาพ ไม่เห็นว่ามีการสอบอะไร แต่อย่างใด) จำได้ว่า วันที่บวช แต่งตัวเป็นลูกแก้ว นุ่งขาวห่มขาว มีอะไปไม่รู้สวมที่หัว (น่าจะเป็นชฎา ขณะนั้นไม่รู้ เพราะผู้เฒ่าผู้แก่แต่งให้) นั่งม้า แห่ไปรอบตำบล พอตอนบ่ายๆ ก็เข้าพิธีบรรพชา และนอกกำแพงวัด ตั้งแต่สายๆ เป็นต้นไปมีซอด้วย โดยมี แม่บัวซอน เมืองพร้าว กับพ่อแก้วต๋าไหล หละปูน เป็นคู่ซอถ้อง ตกเย็นประมาณหกโมง ได้ยินเสียงเซ้ยๆๆๆๆ ใกล้ๆกับผามซอ ยืนบนวิหาร เห็นผู้คนวิ่งกันอลหม่าน อ๋อ....มีหละกุยหมู่นั่นเอง

หวัดดีพี่ มาเยี่ยมเมืองไทย์

หวัดดีพี่
มาเยี่ยมเมืองไทย์ นำวิญญานมาท่องครับ

งานบวชทางเหนือ "ปอยเป๊ก"

งานบวชทางเหนือ "ปอยเป๊ก" นี่ชวนให้คิดถึงร้านหล้า
เพราะคำว่า "เป๊ก" นี่แหละครับ
มันเป็นคำศัพท์ที่ออกเสียงเหมือนกันนะผมว่า

เท่าที่ค้นเจอ...ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่าครับ...
เหล้า 1 กลม ก็คือขวดใหญ่ 750 cc.
เหล้า 1 แบน ก็คือครึ่งหนึ่งของเหล้า 1 กลม
เหล้า 1 กั๊ก ก็คือครึ่งหนึ่งของเหล้า 1 แบน
เหล้า 1 ก๊ง เท่ากับ 50 cc.
เหล้า 1 เป๊ก เท่ากับ 18 cc.

งานบวชภาคกลางมักเป็นประเภท "ปอยกลม" แต่เห็นส่วนใหญ่จะกินเหล้าแค่เป๊ก
แต่ทางเหนือนั้น "ปอยเป๊ก" แต่มักจะเห็นกินเหล้ากันเป็นกลมๆ