ดอกจำปาแคมฮั้วฯ (บทที่ 2-จบ)

 2

ลงนาไถฮุด

ฝนตก ฟ้าฮ้อง พายข้อง ไปเก็บหมากบก  (จบ)

 
ภาระสร้างความชอบธรรมภายในประเทศ [4]
     [...] พิธีแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีที่อาจจะมีมาตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัยแล้วก็ได้ กล่าวง่าย ๆ ก็คือ เป็นพิธีพราหมณ์ กระทำเพื่อให้มั่นใจว่าเก็บเกี่ยวได้ผลดีเท่า ๆ กับเป็นการพยากรณ์ฝนฟ้าและพืชผลที่ควรจะปลูกในฤดูนั้น ๆ ในพิธีนี้พระยาแรกนาซึ่งมักจะเป็นข้าราชการ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนพระมหากษัตริย์ ก่อนการพิธีไถ พระยาแรกนาจะต้องเสี่ยงหยิบผ้านุ่งมาหนึ่งผืน และความยาวของผ้านุ่งจะเป็นการทำนายปริมาณฝน หลังการไถ พระยาแรกนาก็หว่านเมล็ดพืชซึ่งพราหมณ์และพระสงฆ์ได้ทำพิธีสวดมนต์ให้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ต่อจากนั้นก็นำอาหารเจ็ดอย่างมาวางตรงหน้าพระโคเพื่อจะดูว่าพระโคจะเลือกอาหารอย่างใด อาหารที่พระโคเลือกก็จะเป็นการทำนายว่าพืชชนิดนั้นจะเจริญงอกงามดี
     ก่อนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพิธีแรกนาขวัญนั้นเป็นที่รู้จักกันว่าพระราชพิธีจรดพระนังคัล ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์จริง ๆ รัชกาลที่ 4 ทรงนำเอาพิธีสงฆ์เข้ามารวมอยู่ด้วย และทรงเป็นผู้ส่งเสริมให้เป็นงานพิธีที่ดึงดูดความสนใจของประชาชน โดยรวมเอาพระราชพิธีพุทธมงคลซึ่งมีเทพี 4 คนเข้ามาประกอบพิธีร่วมกับพระยาแรกนาด้วย พระราชพิธีทั้งสองนี้ได้เลิกไปเมื่อ พ.ศ.2479 และมิได้ทำพิธีนี้อีกจนกระทั่ง พ.ศ.2490 ในสมัยที่จอมพล ป. มีโครงการฟื้นฟูวัฒนธรรมขึ้น จอมพล ป. เพียงแต่รื้อฟื้นพระราชพิธีพุทธมงคลขึ้นมาเท่านั้น ในพระราชพิธีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงแต่เสด็จไปพระอุโบสถเพื่อทรงอธิษฐานให้พืชพันธุ์ธัญญาหารเจริญงอกงาม ไม่มีการประกอบพิธีแรกนาขวัญขึ้นเลย จนกระทั่ง พ.ศ.2503 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ได้จัดให้ประกอบพระราชพิธีทั้งสองขึ้น พร้อมทั้งให้มีการประโคมแตรสังข์แบบแต่ก่อนด้วย […]
     ประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างพากันมาร่วมพิธีนี้ และเมื่อเสร็จพระราชพิธีประชาชนก็วิ่งไปแย่งเมล็ดข้าวที่หว่านในแปลงซึ่งเพิ่งไถเพื่อใช้เป็นเมล็ดที่ “เสก” แล้ว เชื่อกันว่าเมล็ดข้าวเหล่านี้จะนำโชคและความเจริญรุ่งเรืองมาให้ ผู้ที่เก็บได้จะนำไปปนกับเมล็ดข้าวของตนเพื่อที่จะปลูกต่อไป และบ้างก็เก็บไว้ในถุงเงินเพื่อเป็นสวัสดิมงคล
 
เมื่อเก็บถ้วยจานและช้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กหญิงอิ่มและเอื้อยก็กลับมาหาพ่อกับแม่อีกครั้ง นั่งลง แต่ว่ายังนั่งได้บ่ทันพออุ่นก้น แม่ของพวกเธอก็ใช้อีกแล้ว คราวนี้ใช้ให้ไปตามพี่น้องป้องปายห้าคนนั้นมากินข้าวเช้า เพื่อจะได้ลงไปไถนา สองเอื้อยน้องก็แสดงสีหน้าเกียจคร้านสันหลังยาวออกมาทันทีที่แม่สั่งความจบ จนแม่ของพวกเธอต้องขู่ว่า
     “อย่ามาขี้คร้านอยู่แถวนี้ ใช้อะไรให้รีบไป หรืออยากโดนไม้เรียว”
     สองเอื้อยน้องยิ้มแหย ๆ และก็ลุกปัดก้นไปอย่างไว พ่อของพวกเธอหัวเราะหึหึอยู่ในลำคอพร้อมทั้งเริ่มปรุงก้อยเนื้องัวไปด้วย แม่ของเธอจึงเดินออกจากเทิบครัวไปยังสวนครัวหลังบ้านเพื่อหาผักมากินกับก้อยเนื้องัว หามาสมทบกันกับผักที่ซื้อมาแต่ตลาดแล้วบางส่วนเช่น ผักกาดขาวและถั่วฝักยาว ที่เหลือมีอยู่ในสวนครัวหลังบ้านก็เป็นพวกใบโหระพา พริกสด ผักบาเรน ผักเม็ก ส่วนกระเทียมนั้นมีอยู่แล้วในครัว
     เมื่อเก็บออกมาได้จำนวนมากแล้วก็นำไปล้างน้ำ ตอนนั้นพี่น้องป้องปายเดินมายังบ้านของเด็กหญิงอิ่มแล้วสามคนเหลืออีกสองคน ซึ่งสองเอื้อยน้องกำลังไปตามอยู่และคงจะมาพร้อมกัน หนึ่งในสามคนนั้นพูดมาตั้งแต่ยังบ่ทันได้ลงนั่งว่า
     “คือมาหอมเป็นตากินแท้” และเมื่อมาถึงก็หยิบก้อยเนื้องัวในหม้อขึ้นมาชิม และออกปากว่า “ยังบ่ขมพอ แพงไว้ทำไมบี ใส่ลงไปอีก” อีกสองคนที่เหลือก็ชิมเหมือนกันและงึกหน้าเห็นด้วยกับหนึ่งคนนั้นที่ชิมก่อนหน้า พ่อของพวกเธอจึงยกหม้อให้สามคนนั้นปรุงกันเอง จากนั้นก็เข้าไปในบ้าน และกลับออกมาอีกครั้งพร้อมเหล้าขาวหนึ่งขวด ยาดูดก้นกรองหนึ่งซอง จากนั้นก็เปิดฝา รินใส่แก้วที่ถือมาพร้อมด้วย พ่อของพวกเธอยกก่อนแก้วแรก ซึ่งเป็นแก้วแรกในรอบปีก็ว่าได้ พ่อของพวกเธอนั้นเลิกดื่มเหล้ามานานหลายปีแล้ว จะดื่มก็ต่อเมื่อมีโอกาสพิเศษและดื่มเพียงแก้วเดียวครั้งเดียวต่อโอกาสนั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็พอ ๆ กับน้ำหยอดตาไก่นั่นเอง พ่อของพวกเธอรินให้ทุกคนจนรอบวงแล้วจึงได้ชิมก้อยเนื้องัวที่ขมจนลิ้นงอ ก่อนที่หนึ่งในสามคนนั้นจะพูดออกมาว่า
     “เป็นอย่างไร เข้าท่าบ่”
     “อืมม์” พ่อของพวกเธอตอบ
     “แบบนี้เรียกว่า ขมตาย บ่เอาเรื่อง” อีกคนเสริมขึ้นมาก่อนจะพากันหัวเราะฮ่าฮ่า 
     เด็กหญิงอิ่มกับเอื้อยเดินกลับเข้าบ้านอีกครั้งกับพี่น้องป้องปายสองคนที่เหลือ แม่ของพวกเธอจึงบอกให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับลงไปนาในวันนี้ และค่อยมากินข้าวกัน ขณะนั้นพาข้าวก็ตระเตรียมขึ้นแล้ว และเริ่มนั่งล้อมวงลงกินกันเสียงดังจุ๊บจั๊บแล้ว
     เมื่ออิ่มหนำสำราญทั้งข้าวทั้งน้ำและเหล้าจึงได้แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมันเพื่อจะได้ขับรถไถนาออกไปพบเจอกันอีกครั้งยังทุ่งนา เด็กหญิงอิ่มและเอื้อยแต่งตัวมิดชิดด้วยเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวและสวมหมวกกันแดด ตระเตรียมข้องใส่ปลาไว้อย่างดีสำหรับไปใส่หอยจูบที่เข้าไงจำศีลในดินที่หลังจากไถดินขึ้นมาแล้วจะพบเห็นอยู่มากหลายทั่วไป เก็บหอยจูบเอามาไว้ต้มจิ้มน้ำพริกหรือบ่ก็แกงใส่ข้าวเบือ และทั้งข้องปลานี้ก็ยังจะได้เอาไปใส่หมากกระบกที่หล่นรายตามพื้นใต้ต้นของมัน เอามาผ่ากินอีกด้วย
     พ่อของพวกเธอเดินนำหน้าสู่โรงจอดรถ โดยที่ทั้งสองเอื้อยน้องนั้นเดินตามก้นต้อย ๆ ส่วนแม่ของพวกเธอนั้นก็เดินออกไปทุ่งนาก่อนแล้ว พ่อขึ้นขับเอารถไถนาสยามคูโบต้าที่เพิ่งซื้อมาเมื่อสองสามปีก่อน รถไถนาสีส้มสยามคูโบต้าแบบนั่งขับที่มีเด็กหญิงอิ่มกับเอื้อยนั่งขนาบซ้ายขวาแล่นออกจากโรงจอดรถมุ่งสู่ทุ่งนาอย่างกระฉับกระเฉง จังหวะนั้นแม่ใหญ่ของพวกเธอก็ขับรถจักรยานยนต์กลับมาจากเยี่ยมหาญาติพี่น้องพอดี 
 
ที่บ้านของข้อยนั้นยังบ่ทันได้มีรถไถนาแบบนั่งขับ มีแต่แบบเดินตามก้นเท่านั้น ซึ่งซื้อมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนโดยเข้าโครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ร่วมมือกันกับรถไถนาเดินตามยี่ห้อยันม่าร์ และยังใช้ได้ดีมาจนจวบทุกวันนี้ แต่ว่าก็มีโครงการอยู่คือกันว่าจะซื้อแบบนั่งขับภายในปีนี้หรืออย่างช้าก็ปีหน้า ออกเงินตนเองบ้างหากว่ายางพาราพอมีราคาบ้าง และคงเข้าร่วมโครงการกับทางธ.ก.ส.อีกครั้ง ที่ในคราวนี้ธ.ก.ส.นั้นได้ร่วมมือกับรถไถนายี่ห้อสยามคูโบต้า ดั่งข่าวได้ปรากฏเมื่อบ่นานมานี้ว่า;
ธ.ก.ส. จับมือสยามคูโบต้า สนับสนุนสินเชื่อเครื่องจักรเครื่องยนต์ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท [5]
     ธ.ก.ส. ร่วม คูโบต้าและคูโบต้าลิสซิ่ง จัดทำโครงการสินเชื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทางการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของเกษตรกรโดยวางเงื่อนไขพิเศษเพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระแบบต้นเงินลดดอกเบี้ยลดและผ่อนชำระสูงสุดนานถึง 8 ปี วางเป้าสินเชื่อกว่า 15,000 ล้านบาท 
วันนี้ (24 พฤษภาคม 2555) ที่ห้องวิภาวดีบอลรูม c โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพมหานคร นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายฮิโรชิ คาวาคามิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และนางสาวสุขศรี ปัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง จำกัด ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินเชื่อเพื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิต การแปรรูป และการขนส่ง ด้วยเงื่อนไขพิเศษ เพื่อลดภาระการผ่อนชำระและสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
     นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง ธ.ก.ส. คูโบต้าและคูโบต้าลิสซิ่ง ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรให้สามารถจัดหาทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิต การแปรรูป และการขนส่ง ได้ตามความต้องการ เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดย ธ.ก.ส.จัดสินเชื่อเป็น 2 ประเภท คือ 1.เพื่อเป็นค่าลงทุนซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องยนต์ ยานพาหนะในการบรรทุกขนส่ง และหรือพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น รถไถนั่งขับ รถเกี่ยวข้าว รถสีข้าว รถสีข้าวพร้อมเครื่องสี รถสีข้าวโพด รถสีข้าวโพดพร้อมเครื่องสี เครื่องจักรกลการเกษตร รถยนต์บรรทุกขนส่ง เป็นต้น หรือ 2.เพื่อนำเงินกู้ไปชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ประกอบกิจการให้เช่าซื้อหรือลิสซิ่ง หรือบริษัทในเครือตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการในลักษณะทำนองเดียวกัน พร้อมกับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวมาเป็นของเกษตรกร หรือของบุคคลอื่นในครอบครัว โดย ธ.ก.ส.มีเป้าหมายการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการนี้ จำนวน 15,000 ล้านบาท
     สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ จะได้รับการลดหย่อน ในเรื่องหลักประกัน ไม่ว่า จะเป็นการจำนองอสังหาริมทรัพย์ หรือใช้บุคคลค้ำประกัน โดยให้วงเงินกู้ 80-100 % ของทรัพย์สิน สามารถผ่อนชำระคืนได้สูงสุดถึง 8 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยแบบต้นเงินลดดอกเบี้ยลด ซึ่งต่ำกว่าระบบเช่าซื้อ (Flat Rate)
     ด้านนายฮิโรชิ คาวาคามิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยศักยภาพของ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิดกับเกษตรกรและมีความเชี่ยวชาญในการดูแลเกษตรกรลูกค้า อีกทั้งมีสาขาครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ ทำให้เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรในการรับบริการด้านสินเชื่อที่หลากหลาย สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงานของสยามคูโบต้าที่มุ่งมั่นเป็นพลังขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยนำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการเกษตรด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
     ส่วนนางสาวสุขศรี ปัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง จำกัด กล่าวโดยสรุปว่า เกษตรกรที่ยังมีภาระการผ่อนชำระค่าสินค้ากับสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง สามารถทำการรีไฟแนนซ์ไปที่ ธ.ก.ส ได้ โดย ธ.ก.ส. จะพิจารณาให้วงเงินกู้เพื่อนำเงินมาปิดบัญชีกับสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง โดยลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษจากสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง อีกทั้งความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. สยามคูโบต้า และสยามคูโบต้า ลิสซิ่ง ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรไทย เป็นการยกระดับภาคเกษตรกรรมให้สามารถแข่งขันท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกและเป็นการเปิดเสรีของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรที่สนใจซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรของสยามคูโบต้าได้มีทางเลือกในการรับบริการสินเชื่อที่หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
 
เมื่อมาถึงทุ่งนาแล้ว พ่อก็จอดรถข้าง ๆ เถียงนาให้เด็กหญิงอิ่มและเอื้อยลง สองเอื้อยน้องก็ตรงดิ่งไปหาแม่ที่รออยู่ในเถียงนาอยู่ก่อนหน้าแล้ว บ่กี่ชั่วอึดใจต่อมารถไถนาแบบเดินตามและนั่งขับอีกสามคันก็ตามมาสมทบและเริ่มลงไถนาฮุดในทันที 
     แดดยามสายของวันนี้ส่องแสงมาหร็อมแหร็ม สายลมเย็นก็พานพัดส่วยส่าย เด็กหญิงอิ่มและเอื้อยหลังจากนั่งอยู่ในเถียงนากับแม่ได้สักพักหนึ่งพวกเธอก็จึงได้พากันออกมาจากเถียง และพากันก้าวงุด ๆ ไปยังต้นกระบกต้นใหญ่กลางนา หาเก็บหมากกระบกเอาไว้ไปผ่ากิน ส่วนแม่ของพวกเธอนั้นก็เดินออกไปตามก้นรถไถนาหาเก็บหอยจูบที่อยู่ในขี้ไถ
 
 
หมายเหตุ;
[4] การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ : ทักษ์ เฉลิมเตียรณ; โครงการตำราฯ; (หน้า 365-366)
[5] ธ.ก.ส. จับมือสยามคูโบต้า สนับสนุนสินเชื่อเครื่องจักรเครื่องยนต์ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท : เว็บไซต์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : http://www.baac.or.th/content-news.php?content_id=012002&content_group_sub=0001&content_group=0003&inside=1
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
2
ลงนาไถฮุด
ฝนตก ฟ้าฮ้อง พายข้อง ไปเก็บหมากบก  (1)
http://blogazine.in.th/blogs/panna-pa-kwuan/post/3481