มหาภารตยุทธของเลขาฯ ครป.

 

รบเถิด ! อภิสิทธิ์
 
โดย มุสิกะตะวัน
 
กี่วัน กี่คืนแล้ว ! อภิสิทธิ์
 
แผ่นดินต้องมืดมิดทั้งแปดด้าน
 
ระเบิดป่วนผสมม็อบอันธพาล
 
กฎมารอยู่เหนือกฎหมายน่าอายนัก
 
 
กี่คำ กี่ครั้งแล้ว ที่ประกาศ
 
คนในชาติรอช่วยด้วยใจรัก
 
แอบแบ่งใจแอบเชียร์กลัวเสียหลัก
 
แม้อกหักก็ยังเชียร์ไม่เสียใจ
 
 
แต่ตอนนี้ ไม่ไหวแล้ว พระเจ้า !!! ข้า
 
คนชั่วช้าก่อการร้ายเพื่อนายใหญ่
 
ยึดกรุงเทพฯ ขึงพืด ประเทศไทย
 
พร้อมใส่ร้ายหมายล้มองค์สยมภู
 
 
รบเถิด ! อภิสิทธิ์
 
ทุกชีวิตจักยืนเคียงเพียงหยัดสู้
 
ล้มอันธพาลป่วนเมืองที่เฟื่องฟู
 
นำบ้านเมืองคืนสู่เนื้อนาบุญ
 
 
รบเถิด ! อภิสิทธิ์
 
ก่อนมวลมิตรจะอิดหนาไม่มาหนุน
 
ก่อนสังคมไม่ช่วยเหลือมาเกื้อคุณ
 
ก่อนต้นทุนจะไม่พอขอทำงาน
 
 
รบเถิด ! อภิสิทธิ์
 
ไม่ต้องอิทธิฤทธิ์อภินิหาร
 
แค่ประสานรวมพลล้มหมู่มาร
 
โลกจะพร้อมอภิบาลช่วยท่านเอง
 
 
 
 
ภราดร-ภาพ
 
 
๗ เมษายน ๒๕๕๓
 
 
ที่มา: http://www.oknation.net/blog/mataharee/2010/04/07/entry-1
 

หากมองผ่านๆบทกวีชิ้นนี้อาจจะดูไม่มีอะไรน่าสนใจนัก แม้ว่าผู้เขียนจะพยายามใช้วิธีการนำเสนอแบบเดียวกับบทสนทนาบนรถศึกระหว่างกฤษณะ(นารายณ์อวตาร)ผู้ทำหน้าที่สารถีกับอรชุนหนึ่งในผู้นำของราชวงศ์ปาณฑพ จนเป็นเหตุให้อรชุนตัดสินใจที่จะส่งมอบความตายผ่านลูกศรให้กับญาติพี่น้องหรือแม้กระทั่งผู้ประศาสน์ความรู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกตน (หาอ่านได้ในบทภควัทคีตาแห่ง มหากาพย์มหาภารตยุทธ )

สิ่งที่เป็นที่น่าสนใจจากบทกวีชิ้นนี้ได้แก่สถานะทางการเมืองของผู้เขียนบทความและช่วงเวลาที่เผยแพร่บทความ   ช่วงเวลาที่เผยแพร่บทความชิ้นนี้(7เมษายน 2553)เป็นช่วงเวลา3วันก่อนที่จะเกิดความรุนแรงอย่างเต็มรูปแบบในครั้งแรกกับคนเสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน 2553 เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจใช้กำลังทหารและอาวุธสงครามและรถหุ้มเกราะเข้าประทะกับผู้ชุมนุมบริเวณโดยรอบถนนราชดำเนิน จนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงทยอยต่อเนื่องกันมาจนถึงการล้อมปราบผูุ้ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2553 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นถึง 91คน ผู้บาดเจ็บพิการนับพันคน ผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐทั้งที่ถูกจับกุมดำเนินคดีและหลบหนีอยู่นับพันคน

และอีกในทางหนึ่ง"มุสิกะตะวัน"เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นนามปากกาของผู้ที่เรียกตัวว่าเป็นผู้นำภาคประชาชน มีตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)คนปัจจุบัน ซึ่งได้แก่นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด

จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการแสดงจุดยืนทางการเมืองผ่านบทกวีดังกล่าวเป็นการออกใบอนุญาตให้มีการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้ชุมนุม นปช.โดยผู้ที่สถาปนาตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย

สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกันระหว่างเหตุการณ์สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตรและการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดงในช่วงมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมาก็คือ หลังจากที่ กฤษณะได้ให้คำแนะนำต่ออรชุน และสุริยันต์ได้ให้คำแนะนำต่อ อภิสิทธิ์ก็คือ ศรของอรชุนได้ถูกปล่อยออกจากแล่งเข้าปลิดชีพพี่น้องราชวงศ์เการพ ในขณะเดียวกันกระสุนสงครามก็ได้พุ่งออกจากปากกระบอกปืนของเจ้าหน้าที่รัฐเข้าปลิดชีวิตประชาชนผู้ชุมนุมเสื้อแดง

แต่สิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงก็คือ คุณอภิสิทธิ์คงจะไม่มีทางที่จะมองเห็นได้แน่ๆว่าคุณสุริยันต์เป็นเทพองค์ใดอวตารมา  หรือแม้ว่าคุณอภิสิทธิ์ต้องการคนขับรถคนใหม่ก็คงจะไม่มีใบหน้าของคุณสุริยันต์อยู่ในจินตภาพของเขาอยู่ดี

และสิ่งที่เป็นที่น่าเศร้าอย่างยิ่งก็คือความหมายของคำว่า"ภราดร-ภาพ"ที่ถูกวางมาไว้ในส่วนท้ายบทความได้ถูกคุณสุริยันต์ลดค่าลงเป็นเพียงคำหวานที่สื่อความภักดีไปถึงนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง

สุดท้ายสิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากกรณีนี้ก็คือแม้ว่ามหากาพย์บทนี้จะยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตามแต่ก็ไม่ได้ทำให้มนุษย์บางคนโฉดเขลาน้อยลงเลย

----------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ:ผู้อ่านสามารถศึกษาลีลาการเขียนที่ลุ่มลึกของนักประชาธิปไตยท่านนี้ได้ที่

http://www.oknation.net/blog/mataharee/

หรือลีลาการกล่าวปราศรัยอย่างดุเด็ดเผ็ดมันได้ที่
http://www.oknation.net/blog/mataharee/video/34303

รายชื่อของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ( ครป.) ชุดปัจจุบัน
http://www.prachatai3.info/journal/2010/07/30279

 

 

 

ความเห็น

เมื่อองค์อวตารได้ผสานเป็นผู้น

เมื่อองค์อวตารได้ผสานเป็นผู้นำกำอำนาจไ้ว้
ไฉนเลยจะไม่ยอมยกทัพจับศึกปราบเหล่าอริราชศัตรู
เพื่อรบกับพวกยักษ์พวกมารที่ยกทัพมาเรือนแสนประชิดพระนครไว้

เจ้าได้สิทธินั้นณ บัดนี้
เจ้ามีสิทธิในไพร่พล ในเสบียง และในศาสตราวุธ
เจ้ามีสิทธิตีฆ้องร้องป่าวให้ชาวประชาสนับสนุนเจ้า

รบเถิด...องค์อวตาร

การเมืองไทยนั้นดั่งรรณกรรมรามเกียรติ
คนไทยต้องถูกแบ่งพวกเป็นยักษ์เป็นลิง
แล้วต้องรบราฆ่าฟันกันเพียงความขัดแย้งของคนไม่กี่คน
ฝ่ายสนับสนุนองค์อวตารอาจจะถูกยกย่องว่าฉลาดหัวแหลมอย่างลิง
อีกฝ่ายจำต้องกลายเป็นยักษ์เต็มไปด้วยความอัปลักษณ์ชั่วร้าย
ยากที่จะฆ่าให้ตายเพราะยักษ์ตัวใหญ่ถอดหัวใจไ้ว้ในต่างแดน

ตื่นเถิด...รามเกียรติ

วันใดยักษ์น้อยใหญ่ถูกฆ่าตายหมด
แล้วจะหายักษ์น้อยๆที่ไหนมาปลูกข้าวให้ลิงกิน

มุสิกะตะวัน....ถุย.... รบเถิด

มุสิกะตะวัน....ถุย....
รบเถิด.........ถุย....
อภิสิทธิ์.........ถุย....

ถ่มถุุยให้กับนักรบลมปาก...นักรบผู้ไม่เคยย่างเท้าเข้าสู่สมรภูมิ....ถุย...ถุย...และ...ถุยๆๆๆๆๆๆ....

กวีประชาไท: รบเถิด!!! Sat,

กวีประชาไท: รบเถิด!!!

เพื่อนของเราเขียนบทกวี
เพื่อนเราเป็นกวี
เพื่อนของเราต่อสู้กู้ชาติ
เพื่อนเราเป็นนักต่อสู้
เพื่อนของเรายืนหยัดปกป้องศัตรูเก่าแก่ของพวกเรา
เพื่อนเราเป็นอย่างที่เขาเป็นในที่สุด
มองชีวิตด้วยสายตาแหลมคมดั่งศรอรชุน
ทะลุทะลวงความเลวทรามอย่างทันท่วงที

“คืนก่อนการรบพุ่ง”
บทกวีอันเปี่ยมพลังของเพื่อน
นำเรามายืนอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำอย่างแท้จริง
เราได้แต่กู่ร้อง
เพื่อนเราเดินลับหายเข้าป่าดงพงไพรลึก
เพื่อนของเราเป็นกวีนักรบโบราณ
ผู้เดินทวนวิถีประชาธิปไตยไปบนกองกระดูกประชาชน
เมฆทะมึนกลืนกินความดีงามในอดีตหมดสิ้น

เพื่อนของเราเขียนบทกวี
บทกวีของเพื่อนแหลมคมดั่งศรอรชุน
ทะลุทะลวงดวงใจแห่งเราแหลกยับ
จนมิกล้าจดจำ