ประชาชน VS สื่อ

มีเพื่อนแนะนำให้อ่านบทความในบลอก BioLawCom.De เรื่องเกี่ยวกับสื่อและประชาชน คลิกไปอ่านแล้ว น่าสนใจดีค่ะ ขออนุญาตเก็บมาฝากทุกท่านนะคะ ยกมาเฉพาะหนังตัวอย่างพอเป็นน้ำจิ้ม อยากอ่านฉบับเต็มๆ แนะนำให้คลิกไปอ่านที่เว็บต้นทางเลยนะคะ

เคยมีคนกล่าวว่า "นอกเหนือจากอำนาจสามเสาในหลักการแบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แล้ว สื่อ ยังเปรียบเสมือนอำนาจที่สี่ แห่งรัฐสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐในยุคข้อมูลข่าวสาร"

...และด้วยพลังอำนาจ และความทรงประสิทธิภาพเช่นนี้นี่เอง ในด้านหนึ่ง สื่อจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือตกอยู่ภายใต้ "อำนาจรัฐ" ทั้งปวง รวมทั้งของ "ผู้กุมอำนาจอื่น ๆ" ในรัฐ (เช่น ทุน, ความจงรักภักดี ฯลฯ) และถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมี "กฎหมาย" คุ้มครองความเป็นอิสระ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ควรมีเครื่องมือในการ "ตรวจสอบ" บทบาท และการทำหน้าที่ของสื่อ

เชกูวารา พูดถึงสื่อพลเมืองไว้น่าสนใจด้วยค่ะ แต่ว่าการพูดถึงมิติสัมพันธ์ของเสรีภาพสื่อ vs เสรีประชาชน ก็น่าสนใจจนไม่ยกมาให้อ่านเป็นน้ำจิ้มไม่ได้

แต่เรื่องที่เขียนในบล็อกตอนนี้ เป็นเหตุผลในแง่  "เสรีภาพแห่งสื่อ" (Freedom of the Press) อันเป็นเรื่องที่ "สื่อหรือคนทำงานสื่อ สู้กับอำนาจรัฐ (รวมทั้งอำนาจอื่นใด)" ไม่ให้พวกเขาต้องทำงานด้วยเจตจำนงค์อันไม่เป็น "อิสระ" ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็เช่น การต่อสู้ของไอทีวีในยุคจะถูกควบกลืนโดยรัฐ รวมทั้งการต่อสู้ของ "พนักงาน" ไอทีวีในยุคทุนทักษิณ เป็นต้น  สิ่งที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเหตุผลแรก กับเหตุผลหลัง ก็คือ เสรีภาพอย่างหลัง ซึ่งน่าจะเรียกเต็ม ๆ ได้ว่า "เสรีภาพในการ (จัดการ) สื่อสาร (สู่มวลชน)" นี้ ไม่ได้ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ จะ หรือ ควรจะได้รับ "ความคุ้มครอง" โดยตัวมันเอง เสมอ  แต่ "ความคุ้มครอง" จะมาพร้อม ๆ กับ "การทำหน้าที่" เท่านั้น กล่าวให้ง่ายก็คือ "สิ่งที่กฎหมายประสงค์จะคุ้มครอง" ในกรณีนี้ไม่ใช่ "ตัวสื่อ หรือตัวคนทำสื่อ" แต่คือ "บทบาท และหน้าที่ของสื่อ"  ต่างหาก โดยมีเป้าหมายซ่อนอยู่เบื้องหลังอีกที ก็คือ เพื่อให้ „การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน“ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานมี „เสรีภาพ“ อย่างแท้จริง คือ ได้รับข้อมูลทุกแง่มุม  ไม่ถูกปิดบัง หรือกระทั่งถูกบิดเบือนไป เพราะความไม่อิสระของสื่อ หรือด้วยการใช้อำนาจในทางมิชอบโดยตัวสื่อเอง

ภายใต้แนวคิดเช่นนี้ จึงย่อมเป็นเรื่องเข้าใจได้นะครับ ว่าสื่อที่ไม่ทำหน้าที่แห่งสื่อที่แท้จริง หรือพูดให้ง่าย ก็คือ "สื่อที่ไม่มีจรรยาบรรณ" ย่อมมีโอกาส หรือควรต้องถูก "คนรับสื่อ" ตรวจสอบ เพื่อจำกัดความคุ้มครอง และลงโทษได้เช่นกัน โดยอาจอาศัยกฎหมาย หรือการเรียกร้องในเชิงสังคม เพราะสื่อแบบนั้นนั่นแหละ คือ ตัวการในการทำลาย "เสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร“ ของประชาชนเสียเอง ดังนั้น คำว่า "เสรีภาพแห่งสื่อ" หรือ "สื่อเสรี" ในที่นี้จึงเป็น "ภาพสองมิติ"  ที่นอกจาก "คุ้มครองเสรีภาพสื่อจากอำนาจรัฐ" (สื่อ VS. รัฐ) แล้ว ยังหมายถึง "คุ้มครองเสรีภาพผู้รับจากอำนาจสื่อ" (ประชาชน VS. สื่อ) ด้วย

อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องน่าเสียดายทีเดียวที่คำนี้ ที่ผ่านมาในบ้านเราถูกจำกัดให้แคบ และแสดงให้เห็นภาพมิติแรกเพียง "มิติเดียว"

อ่านเต็มๆแบบครบถ้วนกระบวนความคลิกที่นี่เลย

ความเห็น

ปัจจุบัน

ปัจจุบันความเป็นสื่อของสื่อไทย นั้นไม่มีจรรยาบรรณของสื่อเลย เพราะการเสนอข่าวต่างๆ
ไม่เป็นกลาง ไม่มีข่าวให้ดูทุกด้าน ยังมีพวก แถวบ้านผมสื่อบางคนเบ่งแม้กระทั่งกินอาหาร
ฟรี ที่ว่าสื่อไม่เป็นกลางและมีพวก เพราะจากการเปรียบเทียบ จากการนำเสนอข่าวสาร ซึ่งไม่
ได้เปรียบเทียบในขณะนี้ แต่เปรียบเทียบกับเมื่อก่อน เพราะเมื่อก่อนนั้นในเรื่องเดียวกันนี้ฝ่าย
หรือพวกนึงทำแล้วผิด ไม่ถูกต้องทำไม่ได้ แต่อีกพวกนึงมาทำในขณะนี้ทำได้ และยังเห็นว่า
ดีอีกด้วย พวกที่ไม่ใช่พวกตนเองทำไม่ได้ว่าไม่ถูก แต่ถ้าเป็นพวกตัวหรือพวกที่ตัวเองสนับ
สนุนทำแล้วกลับเห็นว่าถูก ทั้งที่เรื่องแบบเดียวกันนี้ สื่อบางสื่อเคยว่าเขาทำไม่ถูก บางที่ก็เฉย
ไม่ไม่มีพูดถึงทั้งที่ควรจะพูด ควรจะเขียน
และในปัจจุบันสื่อถูกคุกคามบังคับยิ่งกว่ายุคใดๆ แต่เหมือนสื่อหลายแขนงจะยินยอมไม่
ทราบว่า เห็นแก่พวกกันเอง หรือเห็นแก่เงิน หรือไอไรไม่รู้ บ้านเมืองที่เป็นเช่นนี้สื่อก็มีส่วนทำให้เป็นนด้วยคงจะปฏิเสธไม่ได้ แน่นอน

จาก สื่อ(เหมือนกัน)56

โบราณอำน

โบราณอำนาจของคนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของร่างกาย ใครเข้มแข็ง รวดเร็ว อาจควบคุมผู้อื่นได้ หากบวกกับความกล้าหาญอาจเป็นผู้นำสร้างอาณาจักรของตนขึ้นมาได้กลายเป็นราชา มีอำนาจเหนือชีวิตผู้อื่น เรียกว่ายุคสร้างอาณาจักร
ต่อมาอำนาจแห่งราชานั้นถูกถ่ายทอดเป็นมรดกแห่งอำนาจ ลูกหลานราชาก็รับอำนาจอันยิ่งใหญ่ไปโดยมรดกตกทอด ผู้อื่นก็อาศรัยเศษๆแห่งอำนาจรองๆลงมา
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม อำนาจของผู้คนขึ้นอยู่กับเงินทุน เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกถึงอำนาจของเงิน ยุคนั้นใครมีเงินมากสามารถผลิตได้มาก เรียกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา
ปัจจุบันเป็นยุคสื่อสารไร้พรมแดน อำนาจของผู้คนเปลี่ยนเป็น การสื่อความหมายกับผู้คนจำนวนมาก ใครสามารถสื่อความกับผู้คนจำนวนมากได้ดี อาจจะได้ทุกสิ่งของโลกในยุคนี้
น่าเสียดายที่ "สื่อ" ส่วนใหญ่ซึ่งมีเครื่องมือและความพร้อมที่สุด มีความเห็นแก่ตัว ไม่ยอมใช้อำนาจแท้จริงในยุคปัจจุบันซึ่งมีอยู่ในตัวให้เกิดประโยชน์กับผู้คนส่วนใหญ่ ตรงกันข้ามกลับทำตัวเป็นสุนัขรับใช้อำนาจโบราณด้วยความเขลา ขลาดกลัวและเห็นแก่ตัว มันเป็นความพยายามหยุดโลกไม่ให้หมุนโดยแท้ อนิจจาวัฏสังขารา..!!!!

เรื่องสื

เรื่องสื่อและอำนาจของสื่อเป็นที่รู้กันดีว่ามันมีอิทธิผลและสร้างผลกระทบได้อย่างกว้างขวางจนไม่อาจระบุขอบเขตได้ เพราะความที่ต่างรู้กันดีเช่นนี้จึงเกิดการช่วงชิงสื่อและพื้นที่สื่อกันอย่างเข้มข้นเอาเป็นเอาตาย จึงสำคัญที่สื่อเองจะมีจิตสำนึกตระหนักในจรรยาวิชาชีพและความสุจริตใจในการทำหน้าที่สื่อเพียงไหน ทุกวันนี้สื่อได้เลือกข้างชัดเจนคือข้างของผลประโยชน์และอำนาจ เห็นชัดจากสื่อเข้าไปมีส่วนในการบริหารงานของประเทศเช่นเป็นวุฒิ เป็นผู้ครอบงำสื่อและทำสื่อเองและแสวงหาผลประโยชน์อย่างโจ่งแจ้ง การไม่ควบคุมจรรยาวิชาชืพสื่อภายใต้สังกัดของตัวเองปล่อยให้ทำหน้าที่อย่างไร้มาตรฐาน การแสดงทัศนคตีส่วนตัวเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและฟันธงว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิดซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของสื่อที่ดี เป็นการครอบงำความคิดผู้บริโภคข่าวซึ่งต้องได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายแล้วใช้วิจารณญาณของตัวเอง ดังนั้นถ้าจะบอกว่าทุกวันนี้คนไทยแบ่งขั้วจนยากจะสมานคืนดีกันได้เป็นผลมาจากสื่อที่มีพฤติกรรมข้างต้นนั่นแหละ อย่าเสนอข่าวเชิญชวนคนไทยหยุดทำร้ายประเทศ เพราะมันทุเรศ หากสื่อหยุดเสนอข่าวสร้างความแตกแยกเมื่อไร นั่นแหละคือการหยุดทำร้ายประเทศไทยที่แท้จริง

วันอังคา

วันอังคาร ที่ 28 กค. 2552 เวลา 9.00 น. ที่ประตู 5 ทางเข้าสำนักนายก ผู้ปกครองของเด็กที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเรียน รด.จะรวมตัวกันไปบางส่วนเพื่อขอความเป็นธรรมกับ ระบบสองมาตรฐานในการคัดเลือกเด็กไทยทุกคนทั่วประเทศที่ต้องได้รับการเป็นธรรมแบบเท่าเทียมกัน
ไปรวมกันเท่าที่ได้เพราะเวลากระชั้นมาก เราต้องขอความเป็นธรรมให้ได้เรียนในปีนี้ให้ทัน
มิฉะนั้น เด็กจะถูกทบไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของเด็กไทย

รักประชา

รักประชาธิปไตย......
รักคนเสื้อแดง..........
ที่สุดในโลก จ้า........

จำหน้ามั

จำหน้ามันไว้ให้ตรึงอยู่ในหัวใจ...รอวันเอาคืนให้สะใจ

จำหน้าไว

จำหน้าไว้ให้แม่นๆจะต้องมีโอกาศได้ถอนทั้งต้นทั้งดอกคืนแน่...

อยากให้เ

อยากให้เสื้อแดงใช้มวลชนให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ กลัวว่าเมื่อรวมแล้วแยกบ่อยๆทำให้กร่อยน่ะ

พวก หางแ

พวก หางแดง เลียเท้า ทักษิณ ถามหน่อย ได้ เงินคนเท่าไรอะ เอามาไห้มั่งดิ

ทักษิณ มันเอ ตัว รอดไปแล้ว ทำโง่ กัน จัง 555 โง่ ต่อไปนะ พวก

หางเหลือ

หางเหลือง เลียและดูดนิ้วเท้าของแกนนำพันธมิตรอย่างบ้าคลั่งและขาดสติ น่าสงสาสารคนกลุ่มนี้จริงๆที่ถูกสะกดจิตขั้นรุนแรง

หางแดงเล

หางแดงเลียเท้าทักษิณดีกว่ากินขี้พันธมิตรนะ บ้านเมืองฉิบหายหมดไปมุดหัวอยู่ในซอกตีนไหนมา

สื่อเหยี

สื่อเหยีบอยู่บนหัวประชาชน คิดเอาเองว่า มีปากกาอยู่ในมือแล้วจะพูดอะไรก็ถูกหมด ไม่ฟังคนอื่นเลย เหมือนนักวิชาการ บางคนที่มีปากไว้พูดอย่างเดียว แต่ มีสมองเท่าเม็ดถั่วเขียว ..อนาถจัง..นักวิชาการ(บางคน)ไทย

ไม่ทราบม

ไม่ทราบมีอะไรผิดพลาดครับ?

กรุณาดูแลเว็บบอร์ด ให้มีกระทู้ "11.45 น. ประธานฯบริษัทประกาศด่วน! เจ้าของ...." [url]http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=843474[/url] ของผมด้วย เดี๋ยวนี้เลย จักเป็นพระคุณยิ่ง

ระบบสมาช

ระบบสมาชิก ไม่สามารถใช้งานได้ ตรวจสอบให้ด้วยครับ Login ไม่ได้เลย

ส่งอีเมล์ไปก็ไม่มีใครมาตอบเลย โพสข้อความก็ไม่ได้

เรียนคุณ

เรียนคุณ จีรนุช เปรมชัยพร

ระบบสมาชิก ไม่สามารถใช้งานได้ ตรวจสอบให้ด้วยครับ Login ไม่ได้เลย
ส่งอีเมล์ไปก็ไม่มีใครมาตอบเลย โพสข้อความก็ไม่ได้

ชื่อสมาชิกคือ weredclub และ zabbra ช่วยดูแลสมาชิกด้วยนะครับ

เข้าไปดู

เข้าไปดูมาแล้ว เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง เราอ่านแล้ว เราชอบมาก

อ่านแล้ว

อ่านแล้วนึกหน้าสื่อบางเจ้าที่ใช้สื่อตัวเองโจมตีคนโดยใช้เรื่องโกหก ข่าวลือ ที่กองบก.นั่งเทียนเขียนเอง ใช้คำปลุกระดมให้คนเกลียดชังกัน

สื่อแต่เ

สื่อแต่เดิม
หลายคนมีอุดมการณ์สูงและมักสมถะ หยิ่งจองหอง ซื่อตรงมั่นคงในอาชีพ
แต่อาจมีบ้างที่สังคมจัดและใช้ความเป็นสื่อสร้างความมั่งคั่งและอิทธิพลให้ตนเอง

แต่สื่อปัจจุบัน
กลับกัน
ที่สมถะ มีอุดมการณ์ ซื่อตรงมั่นคง มีน้อย
พวกหากินกับความเป็นสื่อ ไม่คำนึงถึงคุณธรรม ศีลธรรมและจรรยาบรรณมีเยอะ
แถมกลายเป็นเทวดา
ใครอย่าแตะ

บ้านเมืองของเราที่ร่อแร่ในปัจจุบัน
ก็ด้วยฤทธิ์เดชของสื่อส่วนใหญ่
นีเอง

อยากให้สื่อมีคุณธรรม
คุณธรรมเหมือนกับคน(หลายคน)ในวงการสื่อสมัยก่อน
อ้อ เหมือนคนในวงการตุลาการสมัยก่อนด้วย